เมล์นรกแทบยกล้อ
posted on 26 May 2009 22:34 by earltow in Travel
สวัสดีวันที่สามของสัปดาห์อันแสนหฤหันต์ ม่ได้เขียนผิดนะ หฤหันต์ จิงๆ (หฤโหด+มหันต์) เพราะเป็นสัปดาห์นรกที่มีภาระกิจค่อนข้างมาก วันนี้วิกฤตหนักเพราะ รถนอนอยู่อู่ และออกจากบ้านสายแทบจะไปไม่ทันงาน ส่งผลให้รูปแบบการเดินทางเปลี่ยนไปจากเดิมทำให้วันนี้มีวีรกรรมมากมาย ดังต่อไปนี้
06.25 ออกจากบ้านพร้อมพ่อแบบงงๆว่าจะขึ้นรถตู้ไปสอนพิเศษที่รามฯแต่พอขึ้นรถพ่อปั๊บหลับปุ๊บเลยตื่นอีกทีที่ทำงานพ่อเลยต้องเปลี่ยนจากรถตู้ไปนั่งรถเมล์508แทน
07.10 นั่งเรือข้ามฟากไปท่าช้างยืนรอ508ด้วยความอดทน ข้างๆ มีคนบ้ามายืนฉี่
07.40 ดั่งฟ้ามาโปรดรถเมล์508แล้ว(ไม่มามะรืนนี้ซะเลยล่ะจะยืนคอย)
08.15 รถเมล์ปรับอากาศแสนสบายเคลื่อนที่เข้าสู่ถนนพระรามที่หนึ่งรถติดพอสมควร เมื่อรถเคลื่อนเข้าสู่สยามฯ ข้าพเจ้ากระโดดลงรถเมล์อย่างไวด้วยความเคยชิน แต่เมื่อลงมาถึงสยามกลับนึกได้ว่า "เอ็งจาลงมาทำไมเนี่ยวันนี้จะไปราม ม่ะใช่จุฬาฯ" เมื่อสำนึกได้เช่นนั้นก็บ้าคลั่งสิ้นสติ(ถ้าแถวนั้นไม่มีคนอยู่คงตีอกชกหัวตัวเองและทรุดตัวลงร้องไห้ตรงนั้น)
08.30 ก่อนหน้านี้สิบนาทีตัดสินใจขึ้น BTS แล้วไปนั่งมินิบัสคันสีเขียว เพื่อไปรามให้ทันสอน (รวดเร็วทันใจดีมากทั้งนี้เพราะมินิบัสคันที่ขึ้นมันคงไปสุดสายที่นรกอเวจีมันจึงรีบขับประหนึ่งยกล้อบินไป)
08.55 ถึงรามแล้วลงรถเมล์เดินไปตึก แต่เอ๊ะ..........วันนี้ทำไมเดินไกลจัง (จะไม่ไกลได้ไงเอ็งเล่นลงรถเมล์ผิดป้าย)
11.50 สอนเสร็จ วิ่งไปวิ่งมาทำธุรกรรมต่าง ๆ จากนั้นแวะซื้อกาแฟดื่ม สั่ง คาปูชิโน่เย็นไม่ต้องหวานมากนะครับ(ความหมายคือเอาหวานน้อยๆ) แต่ที่ได้กลับมาคือกาแฟโคตรขม(สงสัยพอเอาหวานน้อยเจ๊แกเลยไม่ใส่น้ำเชื่อมให้เลย แล้วที่นี่ก็ไม่มีบาร์ให้เติมเองซะด้วย)
12.00 นั่งรถปรับอากาศสาย93กลับจุฬาฯ แม้จะได้นั่ง แต่แอร์ร้อนมาก ซ้ำร้ายดังสวรรค์กลั่นแกล้งให้คนดี ๆ ต้องลำบาก พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานแขกตัวดำปี๋ กลิ่นตัวแรงมากมายืนข้างๆ ทำเอาแทบขาดใจตาย(รู้แล้วว่าชาวยิวที่ถูกฮิตเลอร์จับรมแก๊สรู้สึกยังไงก่อนตาย)
12.55 แขกลงจากรถไปผู้ที่มาแทนเป็นชายวัยกลางคนมายืนกินไก่ทอดอย่างน่าเอร็ดอร่อยอยู่ข้าง ๆ ข้าพเจ้า มือนึงถือไก่อีกมือถือข้าวเหนียว เสียงเคี้ยวดังมากน่าจะได้ยินถึงฐานปล่อยจรดของนาซาร์ที่แอฟริกา (ทามมายพี่ท่านต้องมายืนตรงนี้ด้วยฮึ) กินเส็ดพี่ท่านก็โยนกระดูกไก่ทิ้งที่พื้นข้าง ๆ ข้าพเจ้า (แน่จิงพี่ท่านทิ้งบนหัวกระผมเลยสิ!!!)
13.00 กระปี๋รถเมล์ (กระปี๋ เป็นคำโบราณมั้ง ที่เขาเอาไว้เรียกกระเป๋ารถเมล์ที่เป็นสุภาพสตรี) ทนไม่ไหวควงกระบอกตั๋วคู่กายวิ่งไปไล่ตาคนที่ยืนกินไก่ทอดข้าวเหนียวนั่นลงจากรถ ก่อนลงพี่แกหันหลังงัดมีดสปาร์ตามาหนึ่งเล่มข้าพเจ้าจึงรู้ว่าแกเป็นคนเพี้ยนๆ(ส่วนพี่ท่านคงกำลังคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกหนังเรื่องสามร้อย และกระเป๋ารถคงคิดว่าตัวเองเป็นมู่หลาน หรือไม่ก็ โยน ออฟ อาร์ค ชัวร์ ...ฟันธง!!!)
13.20 ถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอันเป็นที่รักของข้าพเจ้าโดยสวัสดิภาพ (ถือว่ารอดตายไปอีกวัน)
13.30 หลังจากพักเหนื่อยเป็นเวลาสิบนาทีก็ตัดสินใจว่า ควรจะทำประกันชีวิต (คงต้องประกันแบบวินาศภัยจึงจะเหมาะ เพราะประกันเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุคงช่วยอะไรไม่ได้)
สิ้นสุดมหากาพย์การผจญภัยในดินแดนนัวร์เนียร์แต่เพียงนี้ และข้าพเจ้าเชื่อว่าการเดินทางจากอิตาลีไปจีนบนเส้นทางสายไหมของมาโคโปโลต้องสบายกว่าการเดินทางของข้าพเจ้าแน่ ๆ
สวัสดี
.........................................
เอาของขวัญมาอวด
เนื่องจากไปตอบคำถามในบล็อกมุมเล็กๆของเราสองคนมา ได้ของรางวัลชิ้นหย่ายมาหนึ่งชิ้น และรางวัลมาถึงข้าพเจ้าแว้วววววววว ...เลยเอามาให้ดูกัน
ตอนแรกว่าจะเก็บไว้ดูคนเดียว ....แต่ว่า อยากแบ่งปันสิ่งดีๆให้ผู้อื่นที่สนใจบ้างเลยเอาเป็นว่า
จะนำไปมอบให้สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (แต่ถ้าที่นั่นมีแล้วก็จะมอบให้ห้องสมุดอื่นต่อไป) เพื่อให้ผู้สนใจมาใช้ได้นะครับเพื่อให้ได้รับความรู้โดยทั่วกันครับ (แต่ผมจะดูก่อน
หุหุ)
#1 By V@R on 2009-05-26 23:59