สีชัง ชังแต่ชื่อ เกาะนั้นหรือ จะชังใคร  .... ข้อความนี้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชนิพนธ์ในล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ที่ผมเกิดไม่ทัน

แต่มันวนเวียนอยู่ในหูผม ตั้งแต่เมื่อครั้งแรกที่มาสีชัง

 

ปีนี้มาสีชัง 3 ครั้งแล้ว  ครั้งแรกด้วยงาน  ครั้งที่สองด้วยพาคนที่ปลื้ม ๆ มา  และครั้งนี้มาด้วยอยากมา

 

 

มาเดินเดี่ยวที่สีชังวันนี้ พร้อมความคิดถึงใครอีกคนที่นั่งเรียนอยู่ติดชายทะเลอีกฝากหนึ่งของอ่าวไทย

 

ในสถานที่แสนโรแมนติกแบบนี้ ขอเดินชมด้วยอารมณ์โรแมนติกซักหน่อยก็แล้วกัน

 

 

 

...... วันนี้จะเล่าถึง ความรัก อีกรูปแบบหนึ่ง  ณ สีชัง 

 

 

 

 

บนสีชัง มีพระราชวัง อันเกิดจากความรัก  "พระจุฑาธุชราชฐาน" พระราชวังสุดโรแมนติก ณ กลางทะเล

 

 

 

122 ปีก่อน

เมื่อครั้ง พระบรมราชินี และพระราชโอรส 2 พระองค์ ทรงพระประชวรอยู่เป็นเนืองนิจ  แพทย์ผู้ถวายการรักษา กราบทูลให้เสด็จฯ ไปพักผ่อนพระอริยาบถ เปลี่ยนอากาศนอกพระนคร พระจุฑาธุชราชฐานจึง ถือกำเนิด ขึ้น จากความรักที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง มีต่อ พระบรมราชินี และ พระราชโอรส 

 

 

 

วันนี้ผมจะพาคุณทุกคนข้ามท้องทะเลหลวงจาก ศรีราชา สถานที่ตากอากาศยุคต้นของผู้ดีเก่า สู่ เกาะสีชัง ครับ 

 

 

นามแห่งพระราชนิเวศน์นี้ ออกนามตามพระนาม  สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย  พระราชปิโยรสอีกพระองค์หนึ่งในองค์พระผู้ทรงประดิษฐานพระราวังแห่งนี้

 

 

ก้าวแรกเมื่อเหยียบย่างสู่พระราชฐานแห่งนี้  สะพานอัษฎางค์  น่าจะสะดุดตา และสะกดใจผู้ที่มาเยี่ยมเยือนมากที่สุดด้วย

 

 สะพานทางเสด็จพระราชดำเนิน อันถูกขนามนามเป็นอนุสรณ์ แด่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา พระโอรสผู้ทรงพระประชวรและเสด็จฯ มาประทับพักผ่อนพระอิริยาบถที่นี่เป็นเวลานาน  

เช่นเดียวกับที่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ กรมหลวงเทพทวารวดี เสด็จมาประทับบ่อยครั้ง จนพระราชนิพนธ์ถึงเกาะสีชัง ว่า สีชัง ชังแต่ชื่อ เกาะนั้นหรือ จะชังใคร ...ฯลฯ  ดังที่ผมได้อัญเชิญมาเป็นชื่อเอนทรี่นี้

 

 

 

 

 

ภายในพระจุฑาธุชราชฐาน มีพระตำหนักหลายองค์ และอาคารมากมายหลายหลัง ซึ่งมักถูกขนานนามตามพระนามพระราชวงศ์

 

พระตำหนักประธานของพระราชวังนี้ คือ "พระที่นั่งมันธาตุรัตน์โรจน์" พระที่นั่งไม้สักทองหลังใหญ่ที่สุดในโลก  อันถูกชะลอ(ย้าย)ไปไว้ในพระราชวังดุสิต  ในนามที่พระราชทานในกาลต่อมา ว่า "พระที่นั่งวิมานเมฆ"  นอกจากนี้ยังมีพระที่นั่งอีก 3 องค์ พร้อมด้วยพระตำหนักน้อยใหญ่ 14 พระตำหนัก อันมีพระนามไพเราะสอดคล้องกัน

 

 (เรือนเขียว)
 (เรือนเสาวภา)

 

เนื่องด้วยชัยภูมิเป็นเกาะ น้ำจืดขาดแคลน พระราชนิเวศน์อันรโหฐานแห่งนี้ จึงต้องขุดสระมหาอโนดาด เพื่อเก็บน้ำจำนวนมาก เฉกเช่นเดียวกับที่ชาวเกาะสีชังในปัจจุบันต้องสร้างบ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่ไว้ใต้พื้นบ้านของตนเองเสมอ ๆ

 

 

 

 

สีชัง ศรีราชา อ่างศิลา  ขึ้นชื่อดี ด้วยเป็นแหล่งหิน  พระราชวังแห่งนี้จึงปูพื้นทางประพาส และ บันไดปีกประพาฬ ด้วยวัสดุคือศิลาอันยอดเยี่ยมของดินแดนนี้

 

 
 

 

 

 

ทางเดินร่มครึ้มด้วยร่มเงาต้นลั่นทมปกคลุมอยู่ จะนำทางเราสู่ยอดสูงสุด ของเนินพระตำหนัก

ตามที่จริงแล้ว ปลูกลั่นทมไม่เป็นมงคลเห็นจะผิด เพราะชื่อบอกอยู่ว่าลั่นทม คือไกลจากความระทม  แต่อาจด้วยเหตุที่ไม้งามนี้เป็นที่นิยมในหมู่ราชตระกูล พ่อค้า คหบดี  การปลูกโดยชาวบ้านจึงอาจถูกมองเป็นการกระทำเทียมเจ้าเทียมนาย ทั้งลั่นทมเป็นไม้ใหญ่แผ่ก้านใบใช้พื้นที่จึงไม่เป็นที่นิยมโดยทั่วไป

 

 

 

พระราชาทรงเป็นธรรมิกราช  ที่ตั้งมั่นในพระศาสนา 

ณ ยอดเนินสูงสุดของพระราชวัง

วัดอัษฎางคนิมิตร จึงถูกประดิษฐานขึ้น ด้วยพระราชดำริจะบูชาพระศาสนาด้วยของแปลก เช่นเดียวกับที่ทรงสร้างโบสถ์แบบฝรั่งถวายเป็นพุทธบูชาที่วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ พระราชวังบางปะอิน

 

 

 

กระจกสีลายดอกไม้สวยงามภายในประตูซุ้มโค้งประทุนเกวียนอย่างโกธิค ถูกสร้างไว้ภายใต้เจดีย์ระฆังคว่ำอย่างไทยประเพณี เพื่อหมายเป็นสัญลักษณ์ให้มหาอำนาจประจักษ์ว่าชาติเราก็มีอารยธรรมทัดเทียม

 

 

 

แท่นบูชาอย่างฝรั่งหรูหรา อันเป็นที่ประดิษฐานรูปแทนพระศาสดา และพื้นหินอ่อนในอาคารนี้ ล้วนเป็นหินอ่อนชั้นดีจากอิตาลี

 

 

 

หน้าต่างบานหน้าประดับกระจกสีลายดอกไม้ อันอาจหมายเช่นธรรมเนียมศิลปะโรมาเนส ที่จะนิยมทำ..

โรสวินโดว์ "หน้าต่างบานกุหลาบ" ไว้ที่หน้าโบสถ์ 

 

 

 

ภายในอาคารเรียบง่ายทว่าโอ่อ่าสง่างาม

 

 

 

 

ภายนอกเป็นพระเจดีย์ แต่ทันทีที่เข้ามาภายใน จะพบโดมใหญ่สวยงามอย่างยุโรป ซ่อนอยู่

 

 

 

ที่ระเบียงพระเจดีย์ มี เสมาทำจากศิลา อันมีนัยว่าพระเจดีย์องค์นี้เป็นพระอุโบสถในตัวอย่างถูกต้องทุกประการ

 

 

 

 

เดินลงมาจากวัด พบมุมหนึ่งที่มองทะเลได้สวยงาม ตรงที่เป็นกระโจมไฟบอกตำแหน่งแห่งที่ประทับ

 

 

 

 

เดินลงบันไดสวยงามมาเรื่อย ทะเลสีมรกต จะปรากฎอยู่ตรงหน้า

 

 
 
 
 

 

 

เดินลงบันไดกลับสู่สะพานอัษฎางอีกครั้ง  อันหมายว่าเราได้เดินเที่ยวชมพระราชวังที่แสนจะคลาสสิก ทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายในจนสิ้นแล้ว

 

 

ก่อนกล่าวคำอำลาต้องเดินไปให้ "สุดปลายสะพาน" ไปดูสิว่ามีอะไร

 

 

 

 

 

น้ำสีเขียว ฟ้าใสๆ และความรู้สึกถึงใครบางคน  แม้เวลาจะเปลี่ยนไป และ เขากำลังจะเปลี่ยนไป แต่ผมก็ชื่นใจที่ยังได้นึกถึงวันดี ๆ ที่ได้มาเที่ยวที่นี่ ด้วยกัน

 

 

เรือน้อยกำลังออกจากฝั่ง  ผมเองก็คงได้เวลาออกจากฝั่งเช่นกัน

 

สิ้นสุดแล้วเรื่องเล่าขานตำนานแห่งสีชัง

 

 

แม้วิกฤตการณ์ รศ.112 จะทำให้พระราชนิเวศน์นี้สิ้นความสำคัญในฐานะพระราชวังฤดูร้อน เพราะอยู่ กลางทะเลใหญ่ ยากที่บรรดาราชองครักษ์และราชนาวีผู้หาญกล้า รวมถึงเหล่ามหาดรักษาพระองค์ทั้งหลาย จะถวายอารักขาแก่พระมหากษัตริย์ผู้เป็นประหนึ่งดวงใจของแผ่นดิน ให้ปลอดภัยได้

 

แต่วันนี้  

122 ปี ให้หลัง

พระราชนิเวศน์แห่งนี้ยังคงตั้งตระหง่านอย่างสง่างามบนฟากหนึ่งของเกาะสีชัง ภายในความดูแลของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระบรมราชานุสาวรีย์อันมีชีวิตแห่งองค์พระพุทธเจ้าหลวง พระปิยมหาราช 

 

ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ ทำหน้าที่เป็นห้องเรียนประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่  เป็นสถานีวิจัยทรัพยากรน้ำ และวิทยาศาสตร์ทางทะเล ที่คณาจารย์ นิสิต และ นักวิจัย  ใช้ในการสร้างสรรค์ องค์ความรู้ใหม่ ๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อชาติไทยอย่างมิรู้เสื่อมสูญ เพื่อสนองความรัก และพระมหากรุณาธิคุณ ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 มีต่อพวกเรา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอลากันตรงนี้ ตรงมุมเดิม ๆ กับมอเตอร์ไซค์คันเดิม ที่คนที่ผมรักเคยถ่ายรูปด้วย ...

               ณ ที่นี่ ...

                          ณ สีชัง ...

 

 

 

 

สุขสันต์ก่อนวันวาเลนไทม์ครับ

 

วันนี้เหงาจัง

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot!

สวยมากกกกกกกกกกกกกกกก

สีชังไม่ชังจริง ค่ะbig smile

#19 By ta_THINK_nhong on 2010-02-13 21:56

Hot! ภาพสวยมากๆเลยครับ เห็นแล้วอยากหลบไปพักร้อนเลยconfused smile

#18 By Nerd de Scriptorus on 2010-02-13 21:03

อุ๊ย เค้าเขิลลนะ เค้ายังจำได้ที่เค้าเคยไปกะตะเอง 2 ต่อ 2 ต่อ 2 ต่อ 2 (อ่ารวมเป็น 6 คนนี่หว่า เอิ้กกsad smile )

#17 By นายจมูก on 2010-02-13 20:53

พูดได้คำเดียวว่า

ทะเล!!!!!!!!!!!!!!!!!

confused smile

#16 By [ พี โพ แคน ] on 2010-02-13 20:08

ภาพสวย แต่ดูเศร้านะ


ห่วงเพื่อนนะเนี่ย

#15 By Tonevil on 2010-02-13 19:05

สวยจังพี่ ฮู้วววว big smile big smile

#14 By ~*recipe*~ on 2010-02-13 17:36

เค้าว่าภาพถ่ายบ่งบอกอารมณ์คนถ่ายในขณะนั้น

ิบินรู้สึกได้ว่าภาพดูเหงาจัง

#13 By บินสูง on 2010-02-13 17:12

Hot!

ไม่เคยไป อยากให้คนบางคนพาไปมั่ง

#12 By มนุษย์กล่อง on 2010-02-13 16:44

น้ำสวยและใสมากๆ

#11 By mini-teddy on 2010-02-13 16:39

ไปพักที่ศรีราชามาหลายสัปดาห์แล้วค่ะ กะว่าจบงานจะข้ามไปเที่ยวเหมือนกัน

ศรีชังชังแต่ชื่อจริงๆค่ะ แต่ดูจากรูปแล้วสวยนะคะ

ถ่ายรูปได้สวยอีกแล้วค่ะ อ.Hot!

#10 By Pat on 2010-02-13 15:59

ถ่ายรูปได้สวยจังค่ะ
ได้ความรู้มากเลย

สุขสันต์วันวาเลนไทน์เช่นกันค่ะbig smile

#9 By ajchicha on 2010-02-13 15:20

เพิ่งไปเมื่อปีใหม่ ชอบช่องเขาขาดสุดๆ
ไล่ดูภาพ
อ่านอักษร
ไม่ชัง
แต่กลับ
รักสีชัง

confused smile
ช่างรุ่มรวยด้วยวรรณศิลป์และภาพงามๆ จริงๆ ครับ big smile

อยากไปสักครั้ง ... สีชัง

#6 By Djehuti on 2010-02-13 14:45

งามระเบิดระเบ้ออออ big smile big smile big smile

#5 By พริม on 2010-02-13 14:37

แม้จะมุมเดิม ... ภาพที่ถ่ายมา ณ ครั้งที่่มากับใครคนหนึ่ง ... กับครั้งล่าสุด ก็คงเป็นความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างมากเลยนะคะ

บางคนก็มักจะบอกว่า ... อย่าไปที่นี่กับคนรัก

แต่ไม่ว่าจะเคยไปหรือไม่ไป ... หากวันหนึ่งจะไม่ใช่
ก็ต้องห่างกันอยู่ดีเนอะคะ



...

ภาพสวยมากเลยค่ะ
ได้ถ่ายสถานที่เต็ม ๆ เลยนะคะ ไม่ค่อยเจอใครเลยเนอะ big smile

#4 By Initmate on 2010-02-13 14:36

Hot! Hot!

ถ่ายรูปเกาะสีชังได้สวยมากๆเลยค่ะ..

เคยไปมาหนึ่งครั้ง...แต่ดูในเอนทรี่นี้..เหมือนได้ไปเที่ยวเอง..และสวยกว่าที่ตาเห็นอีก..big smile
Hot! สวยงามมากครับผม

#2 By phil_wc - Music - on 2010-02-13 13:53

พี่เคยไปตกต้นลั่นทมที่นี่หล่ะ จำได้แม่นเลยbig smile big smile

#1 By โต๊ะคิ้งส์ on 2010-02-13 13:46